2011-04-24

アピシット首相、選挙の票田を無視して、ディーゼル・ガソリンの価格の固定を批判

110419gasprice.jpg


2012年4月19日 火曜日
アピシット首相、選挙の票田を無視して、ディーゼル・ガソリンの価格の固定を批判

วันอังคารที่ 19 เมษายน 2554
"อภิสิทธิ์"เมินเสียงวิจารณ์ตรึงราคาดีเซล
คมชัดลึก : นายกฯอภิสิทธิ์เมินเสียงวิจารณ์ตรึงดีเซล ระบุเป็นภาวะราคาน้ำมันพุ่งชั่วคราว ย้ำต้องดูแลต้นทุนสินค้า ลั่นแม้ไม่ใช่ช่วงใกล้เลือกตั้งก็ตัดสินใจแบบนี้ เผยพรุ่งนี้ชัดเจนปุ๋ยขึ้นราคาหรือไม่ "เมล์เขียว" เฮรัฐจ่อเว้นภาษีสรรพสามิตรน้ำมันดีเซล ตรึงราคาลิตรละ 30 บาททำประชาชนได้ประโยชน์ใช้ขนส่งมวลชนราคาเดิม

(19เม.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภาถึงเสียงวิจารณ์ต่อแนวคิดการตรึงราคาน้ำมันดีเซลว่า เป็นธรรมดา คาดไว้แล้วว่าจะต้องมีบ้างแต่ตนตัดสินใจเพื่อแก้ปัญหาเรื่องของเศรษฐกิจภาพรวม เป็นเรื่องที่มีความเห็นแตกต่างกันได้ แต่เห็นว่าภาวะเศรษฐกิจและความเดือดร้อนของประชาชนในขณะนี้คุ้มค่าที่จะทำ แต่ยอมรับได้ที่ใครมาบอกว่าไม่คุ้มค่าที่จะทำ ส่วนที่นักวิชาการบางส่วนระบุว่าจะเป็นการเร่งอัตราเงินเฟ้อมากขึ้น นั้นคงไม่ใช่ ถามว่าทำไมเงินจะเฟ้อมากขึ้นในเมื่อเราทำให้ต้นทุนและราคาสินค้ามีโอกาสเพิ่มขึ้นน้อยลง ขณะนี้เราไม่ได้มีปัญหาเงินเฟ้อจากการที่เศรษฐกิจร้อนแรง

“เศรษฐกิจเราเมื่อปีที่แล้วขยายตัวร้อยละ 8 แต่ปีนี้คาดการณ์แล้วว่าจะต้องชะลอตัวลง ฉะนั้นปัญหาของเงินเฟ้อไม่ได้อยู่ที่เรื่องของการจับจ่ายใช้สอยมากเกินไป และระดับราคาน้ำมันที่เราตรึงอยู่ไม่ใช่ที่ประชาชนมองว่าเป็นราคาที่ถูกและใช้กันอย่างฟุ่มเฟือยและเราก็ให้เฉพาะในส่วนที่เป็นดีเซลก็เป็นต้นทุนการขนส่ง มันเป็นเรื่องของการแก้ปัญหาราคาสินค้า ต้องมองภาพรวมตรงนี้”นายก กล่าว

ส่วนการวิจารณ์เรื่องกลไกตลาดนั้นจะเก็บภาษีหรือจะเอาเงินกองทุนมันก็บิดเบือนกลไกตลาดทั้งนั้น ขณะนี้จะเข้าสู่ระดับที่ใกล้เคียงกับการไม่ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด ส่วนที่มองว่าเป็นการรักษาคะแนนเสียงก่อนเลือกตั้งนั้นก็ไม่เกี่ยว เพราะจังหวะเวลาเป็นตามที่เรากำหนดแนวทางตั้งแต่ต้น และแม้ไม่ใช่ช่วงใกล้เลือกตั้งตนก็จะตัดสินใจอย่างเพราะเราดูตัวเลขเศรษฐกิจ และเราก็ประเมินสถานการณ์ขณะนี้ ซึ่งดูราคาน้ำมันในตลาดโลกเมื่อเช้าราคาก็เริ่มลงบางส่วน ประเด็นคือต้องประเมินก่อนว่าภาวะปัจจุบันเป็นภาวะชั่วคราวหรือเป็นภาวะที่น้ำมันพุ่งสูงขึ้นเป็นการถาวร ซึ่งตนมั่นใจว่าคนส่วนใหญ่มองว่าเป็นภาวะชั่วคราว ต้องถามต่อว่าเราจะปล่อยให้ภาวะชั่วคราวมาทำให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นและทำให้เศรษฐกิจไทยสะดุดหรือเราจะหาทางช่วยเหลือ แก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนแล้วให้เศรษฐกิจผ่านภาวะชั่วคราวนี้ไปได้

“จากที่ได้ประเมินแล้วก็ตัดสินใจและมั่นใจว่าเป็นประโยชน์ทั้งเศรษฐกิจและที่สำคัญเป็นประโยชน์กับประชาชน ขณะที่ตัวเลขที่กระทบกับเรื่องของรายได้ของภาครัฐที่โชคดีว่าในช่วง 5-6 เดือน ที่ผ่านมาจัดเก็บรายได้เกินเป้าทำให้เรามีช่องว่างตรงนี้ที่ทำให้เรานำมาใช้ได้ หากเราอยู่ในภาวะที่ว่าการจัดเก็บรายได้มันไม่ได้มีเพิ่มขึ้นมาเราก็ไม่สามารถใช้มาตรการนี้ได้”นายกฯ กล่าวว่า
สำหรับความชัดเจนการขึ้นราคาปุ๋ย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะเสนอครม.ในวันพรุ่งนี้ โดยมีกระทรวงการคลังไปดูซึ่งแนวทางที่เป็นข้อสรุปของนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้รายละเอียดทั้งหมด แต่ไม่น่าจะใช้แนวทางของเรื่องของธงฟ้าและชดเชยส่วนต่าง ส่วนหลังครม.ราคาปุ๋ยจะขึ้นทันทีหรือไม่นั้นพรุ่งนี้จะพิจารณา

ส่วนที่ขณะนี้ราคาหมู ไข่ไก่ ได้ขยับราคาขึ้นแล้ว นายกฯ กล่าวว่า สาเหตุสินค้าแพงมาหลายด้าน แต่ตัวหลักคืออาหารและพลังงาน อาหารบางทีก็คุมยากก็ต้องแก้อีกทางด้วยการเพิ่มรายได้ให้ประชาชน ซึ่งมีแผนดำเนินการ ส่วนพลังงานยังพอควบคุมได้ หากไม่ควบคุมต้นทุนสินค้าทุกตัวก็จะขึ้นซ้ำเติมประชาชนมากกว่านี้จึงต้องตัดสินใจตามกำลังที่มีอยู่ หากน้ำมันพุ่งสูงเป็น 150-200 เหรียญสหรัฐ แน่นอนว่ารัฐบาลก็ต้องปล่อย แต่หากเราประเมินเป็นภาวะความชั่วคราว-ถาวร ฐานะการเงินการคลัง สถานะเศรษฐกิจ การตัดสินใจน่าจะทำให้ราบรื่นที่สุดในเชิงการบริหารและลดความเดือดร้อนของประชาชน
“น้ำมันขึ้นปล่อยสินค้าขึ้น ถามว่าเวลาน้ำมันลงสินค้าลงหรือไม่ เราผ่านเหตุการณ์แบบนี้มาหลายครั้งก็เห็นชัดเจนแล้ว”นายกฯ กล่าว

เมล์เขียวเชียงใหม่ขานรับประชาชนได้ประโยชน์

นายสมชาย ทองคำคูณ กรรมการผู้จัดการบริษัท ไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด ผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางรายใหญ่พื้นที่ภาคเหนือตอนบนหรือเมล์เขียว เปิดเผยกรณีที่กระทรวงพลังงานและกระทรวงการคลังเห็นชอบร่วมกันให้มีการยกเว้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล เพื่อตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกินลิตรละ 30 บาท โดยจะนำเสนอให้ครม.เห็นชอบพรุ่งนี้ (20) ว่า มาตรการอุ้มราคาดีเซลนี้จะทำให้ประชาชนผู้ใช้รถขนส่งสาธารณได้รับประโยชน์เป็นอย่างมาก จะได้ใช้บริการขนส่งมวลชนในราคาเดิม เพราะไม่มีการปรับราคาเพิ่มจากผู้ประกอบการอันเนื่องมาจากต้นทุนการเดินรถ การดำเนินงานที่เพิ่มมากขึ้น ในส่วนของผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะเองก็ไม่ต้องแบกรับภาระต้นทุนพลังงานในการเดินรถเพิ่ม สามารถจำหน่ายตั๋วรถได้ในราคาเดิม

สำหรับเมล์เขียวใช้น้ำมันดีเซลในการเดินรถเดือนเฉลี่ยละกว่า 1 ล้านลิตร เดินรถในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ทั้งภายในจังหวัดและข้ามจังหวัดใกล้เคียง เช่น เชียงราย แพร่ น่าน ฯลฯ ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก หากมีการปรับราคาน้ำมันดีเซลขึ้นลิตรละ 1 บาท จะทำให้ต้นทุนในการเดินรถเพิ่ม 1 ล้านบาท จะสร้างความเดือดร้อนให้กับทั้งเราเองและประชาชน เพราะต้องมีการขึ้นค่าโดยสาร ซึ่งการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกินลิตรละ 30 บาท ถือว่าช่วยผู้ประกอบการธุรกิจเดินรถได้เป็นอย่างมาก

"ก่อนหน้านี้ราคาน้ำมันดีเซลก็มีการปรับขึ้นมาแล้วลิตรละกว่า 2 บาทจนมาอยู่ที่ลิตรละ 30 บาทในตอนนี้ เราเองก็ต้องแบกรับภาระค่าน้ำมันดังกล่าวเดือนละกว่า 2 ล้านบาท แต่ก็ไม่มีการปรับค่าโดยสารเพิ่ม เพราะไม่อยากซ้ำเติมประชาชน โดยเฉพาะประชาชนในระดับกลางและระดับล่างซึ่งเป็นฐานผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ หากมีการปรับราคาค่าโดยสารก็จะกระทบกับคนส่วนใหญ่ ตอนนี้ทำได้เพียงปรับเที่ยววิ่งให้ลดน้อยลง หากรถโดยสารที่มีผู้ใช้บริการเฉลี่ยน้อยกว่า 70% ก็จะถ่วงเวลาออกไปเพื่อรอให้ผู้ใช้บริการเต็มรถก่อน" นายสมชาย กล่าว

ทั้งนี้ การที่รัฐมีมาตรการในการอุ้มราคาน้ำมันดีเซลต่อก็มีข้อดีคือ ทำให้ระบบขนส่งเชิงพาณิชย์ขับเคลื่อนต่อไปได้ ภาระต้นทุนไม่เพิ่มมากกว่าที่เป็นอยู่ ประชาชนก็จะไม่ได้รับความเดือดร้อนจากการปรับอัตราค่าโดยสาร แต่ต้องยอมรับว่ามีข้อเสียอยู่ เพราะราคาที่ตรึงอยู่นี้ไม่เป็นไปตามกลไกตลาด หากวันใดรัฐไม่สามารถแบกรับภาระชดเชยส่วนต่างได้และปล่อยให้ราคาน้ำมันเป็นไปตามราคาตลาดโลกของเมล์เขียวเองจะแบกรับภาระได้ในระยะสั้นเท่านั้น ต้องมีการปรับค่าโดยสารขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งก็ต้องเป็นหน้าที่ของรัฐในการที่จะหามาตรการเข้ามาดูแลเพิ่มเติม


2012年4月19日 火曜日
アピシット首相、選挙の票田を無視して、ディーゼル・ガソリンの価格の固定を批判

コムチャットルック:
アピシット首相は、選挙の票田を無視して、ディーゼル・ガソリンの価格の固定化を批判し、ガソリン価格が一時的に高値になったと述べた。そして、製品の原価を見守らなければならないことを繰り返した。選挙日は迫っていないが、このように決めた。肥料の値上げについては、明日、必ず発表すると述べた。グリーンバス・タイランド社はディーゼル・ガソリンの消費税を除くことにより、1リットル当たり30バーツの価格の固定でき、元の価格の公共輸送を使うことができ、国民に有益をもたらすと述べた。

4月19日
アピシット・ウェーチャチワ首相は、国会で記者会見し、選挙が来ようが、ディーゼル・ガソリンの価格の固定化の考え方を批判して次のように述べた。常々、経済全体の見地から問題を解決するよう、自分は決断しなければならないと考えている。この件については様々な意見に分かれている。しかし、現在の経済の状況と国民の被る負担はバランスが取れている。中には採算が取れない人もいるだろう。一方、学識経験者の中でインフレ率を加速するのではないかという人がいる。そういうことはおそらくない。我々が製品の原価と価格を増減させれば、金融インフレが生じる原因になるのではと問うと、経済が好調なので、現在、我々にはインフレの問題はないという。

我が国の経済は、昨年以来、8%拡大した。しかし、今年は減速させねばと考える。それ故に、インフレの問題は多く消費をしているところには存在しない。我々が固定したガソリンの価格は、特に一部の輸送原価のディーゼル・ガソリンがそうしているように、国民が安い価格で浪費して使えると見なしている性質のものではない。この決断は製品の価格の問題を解決することにもなる。この場の全体の状況を見なければならないと、首相は述べた。一方、市場メカニズムを批判する人は、減税するか基金に回せと言う。それも市場のメカニズムを歪める。市場のメカニズムの進行に沿って進んでいることを、放っておけない段階に入ってくる。また、事前に選挙の票を確報するためという見方もあるが、選挙は関係がない。なぜなら、時間のタイミングは我々が方針を決めたことに沿って最初からそうなっている。たとえ、選挙が近くなくても自分はこのように決定した。なぜなら、我々は経済の指標を見て現在の状況を予想するからである。そういうことで、世界市場の石油価格を検討すると今朝、価格は下がり始めている。重要なポイントは、現在の状況が一時的な状態なのか、石油が恒常的に値上がる状態なのかを、前もって確実に見定めることだ。これに関しては、自分は多くの人が一時的と見なしていると自信を持って言える。問われなければならないのは、我々は、この一時的な状況を放置して製品の価格を上昇させたり、タイ経済の景気を停滞させるのかということである。我々は国民に苦痛を与える問題を考えて解決する。そうしたことで経済がこの一時的な状況を通過してくれる。

状況を見定め、決定した。信念を持って言えることは、経済と国民にとって有益である方策、両方をうまく機能させる必要があるということだ。好調な国の収入に影響を与える数字を述べれば、過去5,6か月の収入は目標を超えている。我々は今、階段の踊り場にいて工夫する余地がある。我々が収入を管理する状況にあるのなら、それを増やそうとしないことだ。我々はそのような措置を取れない。肥料価格の上昇の確定に関して首相は次のように述べた。明日の閣議のためにその議題を提出した。案は財務省が目を通した。それは、トリロン・スワナキリ副首相の出した方針でもある。まだ、すべての詳細は言えないが、安くする方向にではなさそうだ。一部補償する。閣議後、肥料の価格はすぐに上げるかどうかは、明日、検討する。

一方、豚、鶏卵はすでに値上げの調整をしたと首相は述べた。製品の価格が高くなった原因は様々な側面がある。基本は食品とエネルギーである。一部の食品は価格管理が難しく、国民の収入を増やす方向で解決しなければならない。それが実施しようとする計画である。エネルギーの方は、まだ充分管理できる。もし、それぞれの製品原価を管理できなければ、国民に、それ以上に価格が転嫁されるだろう。そういうことを決定した。もし、石油が150-200ドルまでの値上げだったら、政府は放置する。しかし、我々が経済状況を財政の立場から、やや長い一時的な状況であると予想した。この決定で経営を順調に進行させ、国民の苦痛は減ると考えている。

石油の値上がりを放っておくと製品が値上がる。では、石油が値下がると製品も値下がるかと問えば、我々は、何度もこのようにして状況を乗り切ってきており、確かなやり方だと考えていると首相は述べた。

チェンマイのグリーンバス・タイランド社は国民に有利になるように訴えた。

ソムチャーイ・トーンカムクーン氏は、タイ輸送振興事業団の経営幹部メンバーでグリーンバス・タイランド社というタイ北部の重要な定期バス路線を持つ経営者であるが、その彼が明かすには、エネルギー省と財務省は、協調の歩調を取ってディーゼル・ガソリンの消費税を撤廃するという案を閣議に提出する。ディーゼル・ガソリンの価格を30バーツ/リットルを超えないように固定するためである。明日(4月20日)、ディーゼル・ガソリンの価格を維持する措置は、公共輸送を利用する国民に大変便宜をもたらす。元の価格で公共交通サービスを使えるからである。なぜなら、経営者は車の走行原価の理由で価格を値上げすることはしないからだ。車の走行原価は上がるが、公共輸送の経営者自身が、上がった燃料原価分を負担する必要がない。

グリーンバス・タイランド社は、車を動かすのに1か月当たり、平均100万リットルのディーゼル・ガソリンを消費している。タイ北部のチェンマイ県全域とそこからまたがる近隣の県、たとえば、チェンラーイ、プレー、ナーン県を運行している。1リットル当たり1バーツ、ディーゼル・ガソリンの価格が上昇しても、多くの費用の負担を背負うことになる。運行原価が100万バーツ増えれば、私たち自身と国民に苦痛を与える。乗車賃は値上げをしなければならない。ディーゼル・ガソリンの価格は30バーツ/リットルを超えないことが、バスを運行している経営者を助けることになる。

以前にディーゼル・ガソリンの価格は、1リットル当たり2バーツ以上値上げされ、現在の30バーツ/リットルになった。私たち自身が前述のガソリン代に200万バーツ/月以上負担しなければならなかった。しかし、乗車賃は値上げしなかった。国民に負担をかけたくなかった。国民の中間層と下層が主に公共バスのサービスを使っているからだ。もし、公共料金が値上げされたら、大部分の人に影響がでるだろう。現在、観光向けの便を減らして調整している。バスのサービスは平均70%上の乗車率であるが、前もって乗客が満員になるまで待って出発している。ソムチャーイ氏はこのように述べた。そのため、政府が石油価格を据え置く措置を取ることで、輸送システムを商業的に引き続いて経営していくことができる。原価の負荷を今以上増やさない。国民も公共料金を改定する迷惑は容認しないだろう。しかし、それがギクシャクしたものであることは認めなければならない。なぜなら固定した価格は市場のメカニズムに沿ったものではない。もし、政府が補償の負担を補うことができなくなり、石油価格を世界市場の価格に沿って放置しておくことになったら、グリーンバス・タイランド自身が短期間は負担を負うだろうが、必ず乗車賃を値上げしなければならなくなる。そういうことで、介入して様子を見て補填する措置を考えるのは、政府の義務としなければならない。
スポンサーサイト

コメントの投稿

管理者にだけ表示を許可する

プロフィール

Kodek

Author:Kodek
タイの社会・文化をタイ字新聞やタイ語の記事を通して理解しおうとするブログです。日本語で伝えるタイの情報にはどうしてもバイアスがかかってしまう。タイの新聞にはタイの新聞の「味」があります。おもしろおかしく紹介する風潮とは一線を画してタイ語の記事のおもしろさを伝えられればと思っています。

最新記事
最新コメント
リンク
月別アーカイブ
ブロとも一覧
フリーエリア